เมื่ออายุมากขึ้น ผิวพรรณจะเริ่มสูญเสียความกระชับและความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาแก้มห้อยย้อย ร่องแก้มลึก หรือแนวคิ้วที่เริ่มตกคล้อย การเลือกแนวทางฟื้นฟูผิวที่เหมาะสมกับเป้าหมายและวิถีชีวิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
โดยปัจจุบันมีสองเทคโนโลยีหลักที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้แก่ Ultherapy Program ซึ่งเป็นการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด และ การผ่าตัดดึงหน้า (Surgical Facelift) ซึ่งทั้งสองวิธีนี้มีกลไก ผลลัพธ์ และระยะเวลาการพักฟื้นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Ultherapy Program: นวัตกรรมยกกระชับผิวระดับลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด
Ultherapy Program เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองจาก FDA ซึ่งใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ส่งลงลึกไปยังชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง จุดเด่นสำคัญคือเป็นวิธีการรักษาแบบไม่รุกล้ำผิว (non-invasive) ไม่มีการเปิดแผลหรือใช้เข็ม ทำให้ไม่มีระยะเวลาพักฟื้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นการรักษา
ผลลัพธ์ของ Ultherapy Program จะค่อย ๆ แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติและดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2 ถึง 6 เดือน ผลลัพธ์จะพีคที่สุกในช่วง 3 เดือน โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ถึง 2 ปีจากการทำเพียงครั้งเดียว แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาซ้ำเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม คนไข้บางรายอาจพบผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น รอยแดง บวม ตึง หรือรู้สึกชาในบริเวณที่ทำ
การผ่าตัดดึงหน้า (Surgical Facelift): การปรับโครงสร้างเพื่อความอ่อนเยาว์อย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงรุนแรง มีริ้วรอยลึก และแก้มห้อยย้อยมากเกินกว่าที่เทคโนโลยีแบบไม่ผ่าตัดจะแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผ่าตัดดึงหน้า (Rhytidectomy) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ศัลยแพทย์จะผ่าตัดดึงและจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อรวมถึงกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังใหม่ ย้ายตำแหน่งถุงไขมันขึ้นไปในจุดที่เหมาะสม ตกแต่งกล้ามเนื้อส่วนเกิน และตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยส่วนเกินออก การผ่าตัดดึงหน้าให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันทีและเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้อย่างเห็นได้ชัด
โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้อย่างยาวนานถึง 7 ถึง 10 ปี หรือบางครั้งอาจยาวนานได้ถึง 10 ถึง 15 ปี แม้การผ่าตัดจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มแรกที่สูงกว่า แต่เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำเพียงครั้งเดียวและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน จึงอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าเมื่อคำนวณในระยะยาว
มาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยของการดึงหน้า ณ สถาบัน PPSI
หากคนไข้ตัดสินใจเลือกวิธีการผ่าตัดดึงหน้า สถาบันศัลยกรรมตกแต่งความงามภูเก็ต (PPSI) ณ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล JCI มีความพร้อมในการให้บริการด้วยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง โดยการผ่าตัดดึงหน้าที่ PPSI จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ดำเนินการภายใต้การดมยาสลบ (General Anesthetic) และคนไข้จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 คืน ศัลยแพทย์จะซ่อนรอยแผลผ่าตัดไว้อย่างประณีตบริเวณแนวเส้นผม หน้าและหลังใบหู รวมถึงตามแนวหนังศีรษะด้านล่างเพื่อความกลมกลืนไปกับผิวอย่างเรียบร้อย
สำหรับการเตรียมตัว คนไข้ต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัวรวมถึงภาวะความดันโลหิตสูงให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด พร้อมงดยาประเภทแอสไพรินและกลุ่มยาแก้ปวดบรูเฟน รวมทั้งงดสูบบุหรี่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันการเสียเลือดและลดอุปสรรคในการฟื้นตัว หลังการผ่าตัด คนไข้สามารถอาบน้ำได้หลังผ่านไป 2 วัน และสามารถกลับไปทำงานรวมถึงขับรถได้หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์
โดยการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ (Full Recovery) จะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ และควรงดกิจกรรมทางเพศเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่อาจพบได้ (แม้จะน้อยมาก) คือการเกิดก้อนเลือดคั่ง (Haematoma) หรืออาการชาชั่วคราวบริเวณรอบหูจากเส้นประสาทที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 12 เดือนในการฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติ โดยแพ็กเกจการผ่าตัดดึงหน้าของสถาบัน PPSI มีราคาเริ่มต้นที่ 159,000 บาท
การเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ
การตัดสินใจเลือกระหว่าง Ultherapy Program และการผ่าตัดดึงหน้า ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว เป้าหมายความงามที่คาดหวัง งบประมาณ และความสามารถในการพักฟื้น หากคุณเพิ่งเริ่มมีริ้วรอยระดับน้อยถึงปานกลาง ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และไม่มีเวลาพักฟื้น Ultherapy Program คือคำตอบที่ตรงจุด แต่หากคุณมีปัญหาความหย่อนคล้อยขั้นรุนแรง และมองหาการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน อยู่ได้ยาวนานหลายปี การผ่าตัดดึงหน้า ภายใต้การดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของสถาบัน PPSI ก็ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดในการคืนความอ่อนเยาว์และเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวคุณ
Q&A ถามตอบ
Q1: Ultherapy Programเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแบบใด ?
A: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง และต้องการวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีระยะพักฟื้น
Q2: การผ่าตัดดึงหน้าแตกต่างจาก Ultherapy Program อย่างไร ?
A: การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินออก จึงให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าและเหมาะกับความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงรุนแรง
Q3: หากเลือกผ่าตัดดึงหน้าที่ PPSI ต้องพักฟื้นนานเท่าไร ?
A: สามารถกลับไปทำงานและขับรถได้หลังประมาณ 1 สัปดาห์ และใช้เวลาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ประมาณ 4 สัปดาห์