หัตถการผ่าตัด
ในระหว่างการผ่าตัด ไขมันที่เต้านม เนื้อเยื่อต่อม และผิวหนัง จะถูกนำออก เพื่อทำให้หน้าอกเล็กลงมีน้ำหนักน้อยลง และกระชับมากขึ้น ซึ่งโดยปกติแผลผ่าตัดจะเป็นรูปตัว T คว่ำ อยู่บริเวณหัวนม และใต้เต้านม ส่วนหัวนม และวงปานนม มักจะถูกปล่อยให้ยึดติดกับหลอดเลือดและเส้นประสาท จากนั้นผิวหนังเหนือหัวนมจะถูกดึงลงมา เพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่างของเต้านมตามที่ต้องการโดย ศัลยแพทย์จะตัดช่องสำหรับหัวนม และวงปานนมใหม่ หากเต้านมมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ อาจจำเป็นต้องตัดหัวนมออกแล้วไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้สูญเสียประสาทสัมผัสที่หัวนมและ วงปานนม
การดูแลก่อนการผ่าตัด
ผู้ป่วยจะต้องตรวจสุขภาพให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนก่อนทำการผ่าตัดแปลงเพศ (Sex reassignment surgery: SRS) โดยผู้ป่วยจะต้องได้รับการยืนยันจากแพทย์ประจำตัวว่าปลอดจากโรค ร้ายแรงและต้องผ่านการตรวจเลือดดังต่อไปนี้
• การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
• การตรวจเอชไอวี (HIV)
• การตรวจสารอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes)
• การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FBS)
• การวิเคราะห์ครีเอตินในปัสสาวะ (Creatinine Urinalysis)
• การตรวจสารแอลคาไลน์ฟอสฟาเทส (Alkaline Phosphatase)
• การเอ็กซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray)
• การตรวจการทำงานของตับ โดยการวัดเอนไซม์กลูตามิกอ็อกซาโลเอเซติกทรานซามิเนสในซีรั่ม (SGOT)
• การตรวจเอนไซม์แลคเตตดีไฮโดรจีเนส (LDH)
• การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
นอกจากนี้ ผู้ป่วยต้องหยุดการรักษาด้วยฮอร์โมนก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 14 วัน และไม่ควรใช้ฮอร์โมนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด
โปรดแจ้งให้ศัลยแพทย์ของคุณทราบถึงอาการแพ้ โรคประจำตัว และยาที่กำลังใช้ (ทั้งที่ต้องมีและไม่มีใบสั่งยา)
ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน และยาที่มีส่วนผสมของแอสไพรินหรือบรูเฟนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสในการมีเลือดออกหลังการผ่าตัด
ไม่ควรสูบบุหรี่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากการสูบบุหรี่อาจส่งผลต่อ ปฏิกิริยาต่อยาชา และทำให้หายช้าลง
ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงต้องแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
การผ่าตัดลดขนาดเต้านม
At a glance
ระยะเวลาการผ่าตัด
5 - 6 ชั่วโมง
พักรักษาตัวในโรงพยาบาล
2 คืน
ยาชา / ยาสลบ
การให้ยาระงับความรู้สึกแบบทั่วตัว
การอาบน้ำ
หลังจากผ่านไป 2 วัน
การหยุดทำงาน
2 - 3 สัปดาห์
การนอนหงาย
แนะนำให้ทำเป็นเวลา 4 สัปดาห์
ความสามารถในการเคลื่อนไหว
หลังจากผ่านไป 4-5 วัน
การออกกำลังกาย
หลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์
ชุดชั้นในและเสื้อผ้า
ควรสวมสปอร์ตบราเป็นเวลา 8 สัปดาห์
กิจกรรมทางเพศ
หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์
การฟื้นตัวอย่างเต็มที่
8 สัปดาห์
การขับรถ
3 สัปดาห์
Before & After
After 












































































Reviews
ราคาแพ็กเกจ
เริ่มต้นที่ 269,000 Baht
การดูแลหลังการผ่าตัด
หลังการผ่าตัดศัลยแพทย์จะพันหน้าอกด้วยผ้าพันยืด ผ้าก๊อซ และบราพยุงหลังการผ่าตัด และอาจมีการใส่ท่อ ขนาดเล็กไว้ที่เต้านมแต่ละข้างเพื่อระบายเลือดและของเหลว เป็นเวลา 1-2 วัน
ระดับของอาการบวมและรอยฟกซ้ำหลังการผ่าตัดจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ให้ทำการประคบเย็น หรือใช้ถุง น้ำแข็งเพื่อลดอาการบวม เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัว
สามารถนำผ้าพันยืดพยุงแผลออกได้ หลังผ่านไป 2-3 วัน โดยจะต้องสวมบราพยุงตลอดเวลาเป็นเวลาหลาย สัปดาห์ จนกว่าอาการบวมและรอยฟกช้ำจะลดลง หรือตามที่ศัลยแพทย์แนะนำ และควรถอดบราพยุงออกเมื่อ ต้องการอาบน้ำ และซักเสื้อผ้าเท่านั้น
โดยปกติแล้วจะสามารถตัดไหมได้ในสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด และในบางครั้งศัลยแพทย์อาจใช้ ไหมละลาย หลังการผ่าตัด หากผิวหนังบริเวณเต้านมแห้งมาก สามารถทามอยเจอไรเซอร์วันละหลาย ๆ ครั้ง โดยผลิตภัณฑ์ ที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก คือ ครีมวิตามินอี ซึ่งยังสามารถช่วยให้แผลเป็นหาย อย่างไรก็ตามจะต้องรักษา บริเวณที่เย็บแผลให้แห้งตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการอาบน้ำ
ในช่วง 2-3 เดือนแรก สิ่งสำคัญคืออย่าให้แผลตึงที่เกิดจากการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก เช่น การยกของ หรือเหยียดแขนขึ้นเหนือศีรษะ เพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นมากขึ้นเนื่องจากการยืดออกของเนื้อเยื่อ และอาจ ต้องขอความช่วยเหลือในการถือสิ่งของหรือตากผ้า
ศัลยแพทย์จะทำให้แผลผ่าตัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ ต้องจำไว้ว่าแผลเป็นเหล่านี้ จะอยู่ถาวร โดยแผลเป็นอาจแดงเป็นเวลาหลายเดือน จากนั้นจึงค่อย ๆ จางลง และกลายเป็นเส้นสีขาวบาง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วรอยแผลเป็นจะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อสวมเสื้อเอวลอย หรือเดรสสั้น
การพักฟื้นมักใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 3 สัปดาห์
Surgeons







