บทบาทของศัลยแพทย์ไทยในเวทีวิชาการระดับสากล : การแบ่งปันนวัตกรรมและมาตรฐานความปลอดภัย โดย นพ. สงวน คุณาพร

ในยุคสมัยที่วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด การหยุดนิ่งอยู่กับที่ย่อมหมายถึงการถอยหลัง นพ. สงวน คุณาพร ผู้อำนวยการสถาบันศัลยกรรมตกแต่งความงามภูเก็ต (PPSI) ได้แสดงให้เห็นว่า ศัลยแพทย์ไทยไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่การประกอบหัตถการในห้องผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ "ผู้นำทางความคิด" (Key Opinion Leader) ในเวทีวิชาการระดับสากล เพื่อร่วมกำหนดมาตรฐานใหม่ของความปลอดภัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมศัลยกรรมตกแต่งทั่วโลก

ไม่เพียงแต่เป็นวิทยากรให้ความรู้ระหว่างการประชุมวิชาการในประเทศต่าง ๆ ที่ ISAPS จัด นพ.สงวน ยังเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งไทยคนแรกตั้งแต่ก่อตั้งสมาคม ISAPS ขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อน และให้เป็นกรรมการสมาคม (Board Of Directors) ของ ISAPS ติดต่อกัน 3 วาระ (2020-2026) ซึ่งทำให้ PPSI รวมทั้งวงการศัลยแพทย์ตกแต่งความงามของประเทศไทยในเวทีโลก และเป็นผู้มีส่วนกำหนดทิศทางนโยบายของสมาคม ISAPS

ความสำคัญของการไปเป็นวิทยากรและร่วมกิจกรรมทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาวงการแพทย์ และยึดมั่นในจริยธรรมของวิชาชีพประกอบด้วย

1. การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแพทย์ระดับโลก

การเป็นศัลยแพทย์ที่ดีและปลอดภัย ไม่ใช่แค่มีประสบการณ์ส่วนตัว แต่ต้องมีการอัปเดตความรู้และผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากเวทีนานาชาติอยู่เสมอ ด้วยมาตรฐานตามหลัก The Patient Safety Diamond ที่กำหนดโดยสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งความงามนานาชาติ International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 6,000 คนทั่วโลก ที่ล้วนเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งหรือศัลยแพทย์ที่อยู่ระหว่างการฝึกอบรม เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะได้รับการรักษาจากศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญและได้มาตรฐานจริง

การเรียนรู้ต่อเนื่อง (Continuous Learning)
การเข้าร่วมประชุมและการอบรมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้มีไว้เพื่อเรียนเทคนิคใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการตรวจสอบว่าวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังคงปลอดภัย ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องความเสี่ยงใหม่ ๆ จากทั่วโลก เช่น ภาวะแทรกซ้อนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ทำให้สามารถวางแผนป้องกันและดูแลคนไข้ได้ล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้อยู่เสมอ

2. นวัตกรรมที่ศัลยแพทย์ไทยเป็นผู้ขับเคลื่อน

บทบาทของ นพ. สงวน และทีม PPSI ในเวทีแพทย์นานาชาติ ไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าไปเรียนรู้จากผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้แบ่งปันความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ ที่ผ่านการใช้งานจริงและพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนไข้

เทคนิคการยกกระชับทรวงอกด้วยเนื้อตัวเอง เป็นการยกกระชับเต้านมโดยใช้เนื้อของคนไข้เอง แทนการพึ่งพาซิลิโคนเพียงอย่างเดียว เทคนิคนี้ต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างร่างกายอย่างละเอียด ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และลดความเสี่ยงจากพังผืดหรือปัญหาที่อาจเกิดจากซิลิโคนในระยะยาว

ศัลยกรรมแปลงเพศด้วยเทคนิคใช้ลำไส้เล็กส่วน "เจจูนัม" (Jejunum) การแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนในเวทีระดับโลก ช่วยให้ศัลยแพทย์ไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการผ่าตัดแปลงเพศด้วยเทคนิคใช้ลำไส้เล็กส่วน "เจจูนัม" (Jejunum) ในการผ่าตัดสร้างช่องคลอดใหม่ (Vaginoplasty) โจทย์ที่ท้าทายที่สุดของศัลยแพทย์ตกแต่งคือการหา "เนื้อเยื่อทดแทน" ที่มีความใกล้เคียงกับช่องคลอดตามธรรมชาติมากที่สุด ทั้งในแง่ของความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติสูงสุด

3. ระบบ "Share Knowledge": จากห้องผ่าตัดสู่เวทีบรรยาย

ก่อนที่ความรู้หรือเทคนิคใหม่ ๆ จะถูกนำไปนำเสนอในงานประชุมแพทย์ระดับนานาชาติ ทีม PPSI จะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดภายในองค์กรก่อนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือ และปลอดภัยต่อคนไข้

การทบทวนกันภายในทีม (Internal Peer Review)
ทีมแพทย์มีการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน เพื่อพูดคุยและวิเคราะห์เคสที่ซับซ้อน หรือกรณีที่ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเหล่านี้ช่วยให้ทีมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนำข้อมูลมาสรุปเป็นกรณีศึกษาที่สามารถนำไปแชร์ในเวทีระดับโลก เพื่อช่วยให้แพทย์ประเทศอื่น ๆ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดลักษณะเดียวกัน

พลังของความรู้จากการทำงานเป็นทีม
ความรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่แพทย์คนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันเป็นทีม เมื่อสะสมและพัฒนาต่อเนื่อง ความรู้เหล่านี้จะกลายเป็นเนื้อหาทางวิชาการที่มีคุณค่า และสามารถนำไปถ่ายทอดในงานประชุมระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยทั่วโลก

4. การยืนยันความเชี่ยวชาญในระดับสากล

การได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรในงานประชุมแพทย์ระดับนานาชาติ เช่น ISAPS ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ แต่เป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือของแพทย์ในระดับโลก ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญหลักใน 2 ด้านสำคัญ คือ

ข้อที่ 1 ความน่าเชื่อถือและจริยธรรมของแพทย์ หมายถึง ศัลยแพทย์ต้องมีวุฒิบัตรเฉพาะทางที่ถูกต้อง ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล และทำงานโดยยึดหลักจริยธรรมของวิชาชีพเป็นสำคัญ

ข้อที่ 2 ความรู้และเทคนิคที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ เทคนิคการรักษาที่นำมาใช้ต้องมีการบันทึกผลการรักษา ติดตามผลลัพธ์ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ส่วนตัว แต่มีข้อมูลจริงรองรับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในระยะยาว

สรุป

การที่ นพ. สงวน คุณาพร และทีมศัลยแพทย์ PPSI ได้รับเชิญให้มีบทบาทในเวทีแพทย์นานาชาติ จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างชื่อเสียงส่วนบุคคล แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านศัลยกรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก

การแบ่งปันความรู้เช่นนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษา และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยศัลยกรรมทั่วโลกอย่างยั่งยืน